Panamera 2017

Porsche Panamera 2017 ราคาเริ่ม 9.8 ล้านบาท ที่สุดของสปอร์ตซาลูน

เป็นการโหมโรงเพื่อส่งสัญญาณการมาถึงของยนตกรรมสปอร์ตแกรนทัวริ่ง 4 ประตูเจเนอเรชั่นที่ 2 จากปอร์เช่ หลังการเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่นครเบอร์ลินและการปรากฎโฉมอย่างน่าประทับใจภายในมหกรรมยานยนต์ Paris  Motor Show และหลังจากนั้นเพียง 1 วันก็มาไทยแบบ Sneak Preview

          ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 (Porsche Panamera 2017)  จะมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo) มาพร้อมพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 550 แรงม้า, พานาเมร่า 4เอส (Panamera 4S) พละกำลัง 440 และ พานาเมร่า 4เอส อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) พละกำลัง 462 แรงม้า

จากการพัฒนาคิดค้นและปรับปรุงทุกสิ่งขึ้นใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือ​ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 (Porsche Panamera 2017)  ยอดยนตกรรมสปอร์ตซาลูนที่ก่อกำเนิดขึ้นด้วยการผสมผสานคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วให้รวมเป็นหนึ่งเดียว

          สมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองในลักษณะของรถสปอร์ตสายพันธุ์แท้ประสานรวมกับความนุ่มนวลสะดวกสบายสูงสุดในรูปแบบของซาลูนหรู ทุกรายละเอียดได้รับการสรรค์สร้างขึ้นตามหลักการอย่างมีแบบแผน ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 (Porsche Panamera 2017)  คือยานยนต์ที่กำหนดมาตรฐานในด้านของสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับยิ่งกว่ารถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ระบบตัวถังที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบล้ำอนาคตด้วยแนวคิดนวัตกรรมเทคโนโลยีควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานด้วยหน้าจอสัมผัส นอกจากนี้งานดีไซน์ของ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 (Porsche Panamera 2017)  ยังสื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับรถสปอร์ตในตำนานที่มีชื่อเสียงอย่างปอร์เช่ 911 ไม่ว่าจะเป็น เส้นสายตัวถังที่ละม้ายคล้ายคลึงหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีอยู่ในยนตกรรมสปอร์ตพันธุ์แท้ของปอร์เช่เท่านั้น

          ปอร์เช่ พานาเมร่า (Panamera)​ รุ่นแรกเป็นรถยนต์ที่สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้แก่วงการยานยนต์สปอร์ตซาลูน นับตั้งแต่การเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกในปี 2009 ด้วยยอดจำหน่ายที่มากกว่า 150,000 คัน

          สำหรับทายาทลำดับที่ 2 ของ พานาเมร่า (Panamera) ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ทั้งระบบเครื่องยนต์งานออกแบบใหม่ และเทคโนโลยีล้ำยุคมากมาย ดีไซน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ได้รับการสืบทอดจากรถสปอร์ต 911 ในตำนาน ทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้มั่นใจว่า ปอร์เช่ พานาเมร่า (Panamera) ใหม่คือรถยนต์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยนตกรรมสปอร์ตซาลูนหรูอย่างแท้จริง นายปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าว

ปอร์เช่ พานาเมร่า​ 2017 (Porsche Panamera 2017) กับ​เอกลักษณ์ของงานดีไซน์ที่ได้รับการถ่ายทอดจากปอร์เช่ 911ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะและความสะดวกสบาย
 
          เพียงแรกสัมผัสด้วยสายตา หัวใจหลักในการออกแบบที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปอร์เช่ถูกสะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดในงานดีไซน์ที่น่าประทับใจ ปอร์เช่ พานาเมร่า​ 2017 (Porsche Panamera 2017)
​ ​
          ที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ รถสปอร์ตที่ปราศจากข้อผิดพลาด เส้นสายของตัวถังที่พลิ้วไหวไร้จุดสิ้นสุด แนวซุ้มล้อที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง แนวหลังคาด้านหลังที่ลดระดับความสูงลงต่ำกว่าเดิมถึง 20 มิลลิเมตร

          เพิ่มขีดความสามารถทั้งสมรรถนะการขับขี่และความนุ่นนวลสะดวกสบาย ปอร์เช่ พานาเมร่า​ 2017 (Porsche Panamera​ 2017)
​ ​
          ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลากหลาย อาทิ ระบบช่วงล่างแบบถุงลม three-chamber air suspension ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear axle steering และระบบควบคุมการทำงานของตัวถัง electronic 4D Chassis Control รวมไปถึงระบบช่วยเหลือล้ำสมัยอีกมากมายที่เพิ่มทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ปอร์เช่ยังได้นำนวัตกรรมแนวคิดใหม่ในการควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานของตัวรถผ่านหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง ติดตั้งลงใน​ ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ 2017 (Porsche Panamera Turbo 2017) อีกด้วย นั่นคือ ระบบ Porsche Advanced Cockpit ซึ่งมีหลักการทำงานที่ไม่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนโดยผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานของฟังก์ชั่นต่าง ๆ ผ่าน Interfaces และปรับตั้งค่าผ่านหน้าจอสัมผัส LED ความละเอียดสูงได้

          ยิ่งไปกว่านั้นด้วยระบบการติดต่อสื่อสารใหม่ล่าสุด Porsche Communication Management (PCM 4.1) ยังช่วยขยายขีดความสามารถในการติดต่อสื่อสารผ่านสัญญาณดิจิตอลและบริการออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างไร้ข้อจำกัด

          ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ 2017 (Porsche Panamera Turbo 2017)​ เครื่องยนต์ V6 และ V8 biturbo ใหม่

          ส่วนผสมที่ลงตัวของประสิทธิภาพการทำงานและสมรรถนะที่เหนือชั้นพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากปอร์เช่เครื่องยนต์ V6 และ V8 biturbo ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นสำหรับติดตั้งลงใน​ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 (Porsche Panamera 2017)

           โดยเฉพาะขุมพลังทุกขนาดความจุนั้นล้วนแล้วแต่ผ่านการยกระดับให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นทั้งในแง่ของพละกำลังสูงสุดที่มากยิ่งขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่ต่ำ เมื่อเครื่องยนต์ชั้นเลิศประจำการร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ 8 จังหวะ หรือ PDK II ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่าถึง 16 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ในรุ่นก่อน
          เครื่องยนต์ biturbo direct injection ทั้ง 2 รุ่นได้รับการติดตั้งลงใน ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ 2017 (Porsche Panamera Turbo 2017) ประกอบด้วย


          พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo) เครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3,996 ซี.ซี. ให้พละกำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้าที่ 5,750-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 770 นิวตันเมตรที่ 1,960-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ PDK ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อหรือ permanent all-wheel drive system

พานาเมร่า 4เอส (Panamera 4S) เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 2894 ซี.ซี. พละกำลัง 440 แรงม้าที่ 5,650-6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 550 นิวตันเมตรที่ 1,750-5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ PDK ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อหรือ permanent all-wheel drive system

          ปอร์เช่ พานาเมร่า​ 2017 (Porsche Panamera 2017) รุ่น พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid)

          ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เปี่ยมด้วยศักยภาพในการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้เป็นระยะทางถึง 50 กิโลเมตร ให้กำลังสูงสุดถึง 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) จากการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า

          อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่น่าอัศจรรย์ในระดับ 40 กิโลเมตรต่อลิตร (2.5/100 กิโลเมตร) ตามมาตรฐานการทดสอบอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงของยานพาหนะ plug-in hybrid ของ NEDC ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ (Co2) ในอัตราที่ต่ำเพียง 56 กรัมต่อกิโลเมตร

พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด​ 2017​ (Panamera 4 E-Hybrid​ 2017​)​ สามารถออกสตาร์ทได้ด้วยพลังงานจากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวและเดินทางต่อเนื่องได้เป็นระยะทางถึง 50 กิโลเมตร ในฐานะของยานพาหนะที่ปราศจากมลภาวะความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อรับหน้าที่ในการถ่ายทอดแรงบิดมหาศาลกว่า 700 นิวตันเมตรลงสู่พื้นถนนได้อย่างสมบูรณ์

          ตัวรถทำความเร็วสูงสุดทะลุ 278 กิโลเมตรได้อย่างง่ายดาย รถสปอร์ต 4 ประตู hybrid คันนี้มีอัตราเร่งจากจุดสตาร์ทไปที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในระยะเวลาเพียง 4.6 วินาทีเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมและยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและระบบช่วงล่างแบบถุงลม three-chamber air suspension เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจในเสถียรภาพการทรงตัวเฉกเช่นรถสปอร์ต ในขณะเดียวกันยังกับการได้รับความนุ่มนวลสะดวกสบายในทุกเส้นทางตามนิยามของซาลูนสุดหรูหรา

ป้ายกำกับ:, , ,